
กระทู้ถามสดว่อนสภา ซีกรัฐบาลต้องลุกขึ้นชี้แจงเหงือกบาน ทั้งเรื่องถอดยศ “แม้ว” และการแก้ปัญหาราคาพืชผล “เจ๊ทิวา” หน้าใสโชว์ไอเดียแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรเป็นฉาก ๆ เสนอแผนรอบด้านทั้งสั้นกลางยาว ด้าน “เทพเทือก” ปัดตอบ “เนวิน” ส่งคนนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ยันยังไม่เห็นใครเขมือบจึงเล่นงานไม่ได้ เผยคำสั่งเด้งข้าราชการเรื่องปกติรัฐบาลไหนก็ทำกัน ด้านวิปรัฐบาลตั้งป้อมพร้อมรับมือถูกตีรวนในสภา ขณะที่วิปฝ่ายค้านเย้ยแค่รับน้องไม่ต้องผวา เหน็บของอย่างนี้เป็นกงกำกงเกวียน ก่อนเสนอนับองค์ประชุมอีกรอบ “มาร์ค” สับ 100 เมตรเข้าห้องประชุม สุดท้ายไม่รอดสภาล่มกลางคัน
ไม่ลงโทษ ส.ส.ขาดประชุม
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่ฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุมในการประชุมสภานัดแรกว่า ส.ส.รัฐบาล เข้าใจดีว่าองค์ประชุมมีความสำคัญต่อการทำให้งานในสภาให้เดินหน้าไปได้ หากองค์ประชุมไม่ครบ ส.ส.รัฐบาลทำงานไม่ได้ การที่ฝ่ายค้านขอให้นับองค์ประชุม 2 ครั้งใน 1 ชั่วโมง ทำให้ ส.ส.รัฐบาลต้องตื่นตัว ต่อไปนี้ต้องอยู่ในที่ประชุมสภาตลอดเวลา อย่างไรก็ตามคงไม่ต้องออก กฎระเบียบกำชับ ส.ส. หรือออกมาตรการลงโทษ เพราะทุกคนมีความรับผิดชอบ และเข้าใจดีว่าเสียงแต่ละเสียงของเรามีความหมาย
นายสุเทพยังกล่าวถึงกรณีที่พูดในทำนองจะปลดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกว่า อย่าใช้คำว่าปลด เพราะการปลดหมายถึงเอาออกจากราชการ แต่การโยกย้ายเป็นการเปลี่ยนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เงินเดือนเท่าเดิมถือเป็นเรื่องปกติ สมัย รัฐบาลในอดีตก็ทำกันมาทั้งนั้น เมื่อถามว่า ยังมีตำแหน่งระดับ 11 ที่ทำเนียบรัฐบาลว่างอยู่อีกมาก จะมีการย้ายใครมาประจำอีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อยู่ที่ตัวบุคคล ถ้าเห็นว่าจำเป็นต้องย้าย ถึงจะไม่มีตำแหน่ง ก็ต้องไปขอตำแหน่งมาใหม่ ขณะนี้ยังไม่ได้พิจารณา กระทรวงอื่น แต่กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน จึงต้องดูเป็นพิเศษ
ขรก.ทำดีเอาไว้ไม่ดีย้าย
ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องความผิดปกติในการออกเลขคำสั่งย้ายนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กับคำสั่งแต่งตั้งนายวิชัย ศรีขวัญ ว่าที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุเทพกล่าวว่าหนังสือเสนอขอให้โยกย้าย ตนเป็นคนให้เจ้าหน้าที่จัดพิมพ์ขึ้นมาที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่มีพิรุธอะไร เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องของคุณขอมา นายสุเทพ กล่าวย้อนว่า ใครใช้คำว่าคุณขอมา เรื่องดังกล่าวตนได้ปรึกษากับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เมื่อต้องขอตัวมาทำเนียบฯ ตนต้องเป็นคนเสนอขอให้นายกฯลงนามในคำสั่ง
เมื่อถามว่า ไม่ได้คิดว่าข้าราชการเหล่านี้จะเป็นไส้ศึกให้ขั้วอำนาจเก่าใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่ได้สนใจว่าเขาจะใกล้ชิดกับนายใหญ่ นายหญิงหรือกับใคร คิดแต่ว่าอยู่ตรงไหนข้าราชการเหล่านั้นจะทำประโยชน์แก่ทางราชการได้มากกว่า กัน เมื่อถามว่า มีเสียงครหาว่าเมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว ข้าราชการประจำมักถูกโยกย้ายแบบล้างบาง นายสุเทพกล่าวว่า นั่นเขาเอานิสัยเดิม ๆ มากล่าวหาผู้อื่น ทำไมไม่ดูก่อนว่าข้าราชการเหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าทำตัวดีเป็นหลักเป็นที่พึ่งของประชาชนก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไปยอมสยบและรับใช้นักการเมืองก็ต้องจัดการ
ไม่ตอบ“เนวิน”ส่งคนคุมบอร์ด
นายสุเทพยังกล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์เรื่องการกินรวบตั้งบอร์ดรัฐ วิสาหกิจต่าง ๆ ที่มีคนของนายเนวิน ชิดชอบ เข้าไปจำนวนมากว่า ต้องไปเอาบัญชีรายชื่อมาให้ตนดูก่อน การไปหาผลประโยชน์ก็คงต้องให้เห็นก่อนว่าเกิดการแสวงหาผลประโยชน์ถึงเข้าไป ดำเนินการได้ หาก พูดไปก่อนเช่นนี้ถือเป็นการสบประมาท บอร์ดรัฐวิสาหกิจหากรัฐมนตรีคนใดรับผิดชอบก็ต้องดูแล ถ้ามีเสียงร้องเรียนเข้ามาว่ากระทำการมิชอบ ในฐานะที่เป็นแกนนำรัฐบาลเราต้องคุยกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีแกนนำกลุ่ม นปช. ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลจะย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อป้องกันการทำคดีที่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต นายสุเทพ กล่าวย้อนว่า นอกจากเรื่องที่เขากล่าวหาพวกตนแล้ว เขายังกลัวอะไรอีกหรือไม่ ส่วนตนไม่กลัวอะไรทั้งนั้น หากเขาคิดว่าจะมีคดีความใดที่สามารถเล่นงานพรรคประชาธิปัตย์ได้ 8-9 ปี ที่ผ่านมา เขาคงเอาเราตายไปแล้ว
พร้อมรับมือฝ่ายค้านตีรวน
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมในการประชุมสภา นัดแรกว่า คิดว่าในการประชุมสภารัฐบาลคงจะเจอเกมเช่นนี้ตลอดเวลา แต่เชื่อว่าวิปรัฐบาลคงเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว ทางวิปรัฐบาลจะหารือกันเพื่อให้ทุกพรรคไปกำชับ ส.ส.ของตัวเองให้เข้าร่วมประชุมสภาทุกครั้ง การขอนับองค์ประชุมจะเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่ถ้าขอนับ องค์ประชุม 2-3 ครั้ง คิดว่าคงไม่ใช่เอกสิทธิ์ของ ส.ส.แล้ว
“นายกฯไม่กังวลกับเรื่องนี้ เพราะวิปรัฐบาลรับมือได้ ที่สำคัญต้องทำให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีความพร้อม ถ้าให้ความร่วมมือเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเสียงของรัฐบาลมีมากกว่าฝ่ายค้านถึง 40-50 เสียง ที่ประธานสภาบอกเป็นกงเกวียนกำเกวียนนั้น สมัยที่พรรคเป็นฝ่ายค้านเราเสนอนับองค์ประชุมไม่ถึง 5 ครั้ง และไม่เคยเสนอให้นับถึง 2 ครั้งในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง อย่างที่ฝ่ายค้านทำ” รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าว เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะประสานกับฝ่ายค้านอย่างไร นายสาทิตย์กล่าวว่า วิปทั้ง 3 ฝ่ายจะหารือร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก
เย้ยรัฐบาลแค่รับน้องอย่าผวา
ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมว่า เป็นการรับน้องใหม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้รู้ว่าการทำหน้าที่รัฐบาลต้องมีความพร้อม และเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เขาเคยใช้กับฝ่ายรัฐบาลในอดีต บัดนี้เป็นไปตามที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าเป็นกงเกวียนกำเกวียน แต่ไม่ใช่ว่าพรรคฝ่ายค้านจะปฏิบัติเช่นนี้ตลอดไป ปฏิเสธว่าไม่ใช่เกมไม่ใช่เล่ห์เหลี่ยม ฝ่ายค้านจะเน้นหนักไปที่การตรวจสอบการใช้อำนาจและเรื่องของความยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรัฐบาลขอความร่วมมือขอความเห็นชอบเรื่องกรอบเจรจาอาเซียนจะตอบรับหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเราสนับสนุน แต่ในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายได้พูดคุยไปแล้วว่าตัว รมว. การต่างประเทศ จะต้องตอบคำถามมากกว่าคนอื่น เพราะจากคำพูดและการกระทำขัดกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะมาขอความเห็นชอบจากสภา เมื่อถามว่า หากนายกฯจะพูดคุยขอความร่วมมือด้วยตัวเองจะให้ความร่วมมือหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ให้นายกฯนัดหมายมา ตนจะเตรียมกุ้งแม่น้ำจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ไว้เลี้ยง
วิป 3 ฝ่ายตกลงพร้อมร่วมมือ
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมวิป 3 ฝ่ายว่า การประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบข้อตกลงอาเซียน และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมประจำปี 2552 ที่ประชุมจะเสนอให้เลื่อนวาระให้ความเห็นชอบเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับความ ร่วมมือในกรอบอาเซียนและการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระ แรก ส่วนรูปแบบจะพิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบเอกสาร จะดำเนินการเป็นรายกระทรวง โดยใช้เวลาการอภิปรายรวม 25 ชั่วโมง ซึ่งแบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 9 ชั่วโมง ส.ว. 7 ชั่วโมง เวลาสำหรับ ครม.ชี้แจง 4 ชั่วโมง และลงมติเป็นรายกระทรวงรวม 3 ชั่วโมง
นายชินวรณ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการทำให้การประชุมเป็นไปโดยเรียบร้อย โดยฝ่ายค้านยินดีรับไปประสานงานกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน เพื่อไม่ให้เกิดการตีรวนเหมือนประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ในส่วนของรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี หากถูก ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีประเด็นส่วนตัวที่นอกเหนือจาก วาระการประชุม
เปิดสภาให้ตั้งกระทู้ถาม
วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภา เป็นประธานการประชุม ซึ่ง ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามนายกฯเรื่อง กรณีการเสนอถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ารัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรที่ต้องเสนอถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่เพิ่งจะแถลงนโยบายได้เพียง 1 สัปดาห์ การกระทำแบบนี้อาจทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาประท้วง และอยากทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีการดำเนินการกับตำรวจนายอื่นที่อยู่ในกระบวนการถอดยศอย่างไรบ้าง
ป้อง ตร.ถอดยศ “แม้ว”
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯที่ดูแลด้านความมั่นคง ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯเป็นผู้ตอบกระทู้แทนว่า เจ้าหน้าที่ดำเนิน การตามระเบียบ ก่อนดำเนินการทางกองวินัย สตช.ได้ถามไปถึงประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ได้รับหนังสือตอบกลับว่าคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว จึงเป็น หน้าที่ของกองวินัยที่ต้องทำเรื่องถอดยศ รัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และตนเชื่อว่าประชาชนมีเหตุผลพอที่จะไม่ออกมาประท้วง เพราะเป็นเรื่องของการกระทำตามกฎหมาย
นายสุเทพกล่าวต่อว่า สำหรับกรณี พล.ต.ท.ชลอนั้น ใน 3 คดี ที่ พล.ต.ท.ชลอต้องคำพิพากษายังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ถือว่ายังไม่มีคำพิพากษาให้ถึงที่สุด ทางตำรวจยืนยันแล้วว่าถ้าศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อไหร่ ทาง สตช.จะดำเนินการถอดยศตามระเบียบ เหมือนกับที่ทำกับ พ.ต.ท.ทักษิณเช่นกัน
ไล่บี้“ปู่ชัย”และเพื่อนเนวิน
ต่อมานายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีว่า มีความชอบธรรมในการเข้าสู่ตำแหน่งของนายกฯอย่างไร เพราะพรรคพลังประชาชน ถูกยุบ ส.ส.ไม่ได้สังกัดพรรค จึงถือว่าตำแหน่งประธานรัฐสภาของนายชัย ชิดชอบ หลุดไป รวมทั้ง ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน 37 คนที่ไม่ได้สังกัดพรรค แต่ไปเลือกนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯถือว่าเป็นโมฆะ
นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 106(8) ระบุว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ในกรณีที่พรรคถูกยุบจะสิ้นสุดลงหลังจากที่ไม่สามารถหาพรรคสังกัดได้ภาย ใน 60 วัน โดยนับวันรุ่งขึ้นหลังจากครบกำหนด 60 วัน เป็นวันสิ้นสมาชิก ภาพ แต่ในวันเลือกนายกฯทำในช่วง 60 วันหลังจากยุบพรรค แต่หากใครติดใจสามารถส่งเรื่องให้กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
ไอเดีย“พรทิวา”แก้ปัญหาพืชผล
จากนั้นนายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสดไปยังนายอภิสิทธิ์ เพื่อขอให้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ นาย อภิสิทธิ์ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลตระหนักถึงการแก้ปัญหานี้มาตลอด การรับประกันราคาพืชผลปัญหาเกิดมาจากการนำผลผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ ได้ผ่านการตรวจสอบมาสวมสิทธิ ประกอบกับโควตาในการรับจำนำเต็ม ทำให้เกษตรกรเกิดความไม่พอจนเกิดการปิดถนนประท้วงตามพื้นที่ต่างจังหวัด ครม.จึงได้มีการอนุมัติงบฯกลางปีประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาทเพื่อรับประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์ม และยางพารา
ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้วางแผนในการแก้ไขปัญหาไว้ 3 ระยะด้วยกัน คือ สั้น กลาง ยาว ในระยะสั้นจะดำเนินการผ่านรับประกันพืชผล แม้ว่าจะไม่เป็นผลดีระยะยาวแต่ต้องดำเนินการตามความจำเป็น และกระทรวงได้ขออนุมัติงบฯกลางปีจำนวนหนึ่งจ้างบัณฑิตอาสา เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับภาคการผลิต เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะเป็นการจ้างงานด้วย ส่วนระยะกลางและยาวนั้นกระทรวงมีนโยบายในการสร้างระบบประกันภัยผลผลิตทาง เกษตร รวมไปถึงการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อให้มีการเสนอแนวทางและปัญหามาให้ ครม.แก้ไขปัญหาได้โดยตรง และในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนจะหารือกับรัฐมนตรีพาณิชย์อาเซียน เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันในการสร้างอำนาจต่อรองตลาดโลก
ไม้ตายฝ่ายค้านนับองค์ประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมสภาพิจารณากระทู้ถามสดเสร็จสิ้นแล้ว ได้พิจารณาวาระรับทราบรายงานการถึงผลการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯเกี่ยวกับ เรื่องขอให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงเป็นการด่วน โดยในระหว่างการอภิปรายได้มีการโต้เถียงและพาดพิงกันระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลเป็นระยะ ทำให้ทาง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขู่ที่จะนับองค์ประชุม ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ที่กำลังประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุ แห่งชาติ รีบเดินออกจากห้องประชุมมาที่ห้องประชุมสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้นขณะที่กำลังจะเข้าสู่วาระรับทราบการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนัก งานศาลปกครอง ปรากฏว่ามี ส.ส.อยู่ในห้องประชุมบางตา ทำให้นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เสนอขอนับองค์ประชุม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา พยายามขอให้ถอนการเสนอนับองค์ประชุม แต่นายประเสริฐไม่ถอน ทำให้น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ เพื่อตรวจสอบ ส.ส.พรรคใดขาดประชุมมากที่สุด ทำให้ที่ประชุมต้องเริ่มนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อในเวลา 17.45 น.
ไปไม่รอด”สภาล่ม”
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังการนับองค์ประชุม 45 นาที พ.อ.อภิวันท์ได้ประกาศผลการนับองค์ประชุมว่า มี ส.ส.อยู่ในที่ประชุมจำนวน 219 คน จากจำนวนทั้งหมด 455 คน จึงถือว่าไม่ครบองค์ประชุม และได้ขอปิดประชุมในเวลา 18.35 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดประชุมสภาเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้เสนอนับองค์ประชุมถึง 2 ครั้ง ซึ่งรัฐบาลก็รอดมาได้แบบหวุดหวิด แต่ในการนับองค์ประชุมครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นแบบวิธีขานชื่อกลับมีสมาชิกไม่ครบ ทำให้สภาล่มไปในที่สุด ทั้งที่เพิ่งเปิดประชุมสภาได้เพียง 2 วันเท่านั้น
“พิเชฐ”ปัดโบนัสพันธมิตรฯ
ส่วนการเมืองอื่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯจะลาออกจากตำแหน่งว่า ไม่มีอะไร นายนิพนธ์ยังมาทำงานตามปกติ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายนิพนธ์หรือยัง นายสุเทพกล่าวว่า คุยแล้วก็เป็นปกติ วันที่ผลุนพลันออกจากห้องประชุม ครม.เพราะต้องไปทำงาน เมื่อถามต่อว่า ทำไมนายนิพนธ์จึงขี้น้อยใจ นายสุเทพกล่าวติดตลกว่า ตนไม่ได้พูดนะ แล้วก็อย่าไปกล่าวหาเขา
นายพิเชฐ พัฒนโชติ ที่ปรึกษา รมว. สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เป็นการตอบแทนที่ไปเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯว่า ที่ไปร่วมเคลื่อนไหวกับพันธมิตรฯเพราะเห็นว่าแนวทางการต่อสู้เป็นสิ่งที่ถูก ต้อง และไปในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค พรรคก็ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ตนจึงไม่หนักใจต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และจะทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ถ้าบอกว่าเป็นการตอบแทน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ก็คงได้เป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงแรงงาน หรือนายพิภพ ธงไชย ก็คงได้เป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงพัฒนาสังคมฯไปแล้ว
ส.ป.ก.อยู่ในมือผู้มีอิทธิพล
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ กล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องการแจกที่ดิน ส.ป.ก.4-01 โดยเฉพาะประเด็นผู้มีอิทธิพลเข้าไปถือครองจำนวนมากว่า เป็นสิ่งที่ดีที่จะร่วมกันตรวจสอบ ตนไม่หนักใจเพราะถึงฝ่ายค้านไม่เปิดอภิปรายฯ เรื่อง ส.ป.ก.ก็ต้องถูกสังคมตรวจสอบอยู่แล้ว สำหรับเรื่องผู้มีอิทธิพลถือครองที่ดินยอมรับว่ามีอยู่บ้าง ซึ่งก็จะดำเนินการตามกฎหมายไม่มีการละเว้น
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรูปแบบรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ว่า การจัดรายการดังกล่าวจะเปลี่ยนไปจัดที่ห้องส่งสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที แทนการจัดที่ตึกไทยคู่ฟ้า ส่วนรูปแบบรายการนี้จะแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกนายกฯจะพูดกับประชาชนโดยตรง ช่วงที่ 2 จะมีพิธีกรที่เป็นเหมือนตัวแทนของประชาชน ซักถามนายกฯในเรื่องต่าง ๆ ช่วงที่ 3 จะเปิดโอกาสให้ประชาชนโทรศัพท์ฝากคำถามในรายการ
ถวายฎีกาค้านย้าย “พีรพล”
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครสวรรค์ว่า กลุ่มสตรีจังหวัดนครสวรรค์กว่า 800 คน เดินทางมายื่นถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านสำนักราชเลขาธิการ ถึงการย้ายนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว พร้อมทั้งยืนยันว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่มีผู้ใดอยู่เบื้องหลัง
นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้มีชาวบ้านนำบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) จำนวน 21 ใบมาร้องเรียนตนว่า มีการแอบอ้างลายเซ็นของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข เป็นผู้ออกบัตร ทั้งที่หมดอายุจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปแล้ว จึงเป็นห่วงว่าบัตรจะใช้ไม่ได้ ตนจึงจะสอบถามไปยัง นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ว่าบัตรทองที่ออกในสมัย ร.ต.อ.เฉลิม ประชาชนจะใช้บริการได้หรือไม่.
“เทือก”หัวเสีย ส.ส.โดดประชุม
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาสภาล่ม ว่า การขาดไป 9 เสียงถือเป็นบทเรียนว่า ส.ส.ทุกคนต้องตระหนัก จากนี้จะพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกที ว่าแต่ละเสียงมีความหมาย ขาดไป 1 เสียงการทำงานในสภาจะลำบาก เมื่อถามว่า จะมีการหักหลังจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า คำถามอย่างนี้มองในแง่ร้าย หัดมองแง่ดีบ้าง เมื่อถามต่อว่า จะมีการคาดโทษ ส.ส.ที่ขาดประชุมหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เราไปคาดโทษไม่ได้ ทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว วันที่ 25 ม.ค. พรรคร่วมรัฐบาลจะนัดทานข้าวกัน คงได้คุยกันด้วย
เมื่อถามว่า นายกฯบอกว่าจะคุยกับทางฝ่ายค้านเพื่อขอความร่วมมือด้วย นายสุเทพกล่าวว่า ก็ดี แต่ ส.ส.รัฐบาลต้องพร้อมด้วย และต้องอดทนอดกลั้นกับการเล่นเกมของฝ่ายค้าน เมื่อถามต่อว่า ถ้ามีการเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจ จะทำให้ลำบากหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เอาไว้ให้ถึงเวลาก่อนแล้วค่อยมาถามเรื่องนี้
“ชวน”กรีดให้รับผิดชอบ
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์สภาล่มว่า เราได้ยินเป้าหมายชัดเจนแล้วว่าฝ่ายค้านประกาศว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ รัฐบาลทำงานได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องระวังมากขึ้น ต้องทำให้องค์ประชุมครบ ส.ส. รัฐบาลที่ขาดประชุมก็ควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความพยายามของ ส.ส. กลุ่มหนึ่งที่ต้องการปั่นป่วนเรื่ององค์ประชุมสภาอยู่แล้ว จึงเป็นหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ต้องร่วมกันรับผิดชอบองค์ประชุมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยในวันที่ 23 ม.ค. จะมีการประชุมวิปรัฐบาลมาหารือทางป้องกันเหตุการณ์นี้อีก
เผยตัวเลขใครอยู่ใครแว้บ
นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า เหตุสภาล่มต้องโทษพรรคร่วมรัฐบาลที่ขาดประชุมจำนวนมาก ไม่ใช่ความผิดของพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ไม่ควรเอาความแค้นส่วนตัวมาเล่นเป็นเกมการเมือง จนทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่ได้ เท่าที่ทราบพบว่ามี ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมประชุมแยกเป็นพรรคกิจสังคม 3 คนจากที่มีอยู่ 5 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 8 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 10 คนจาก 24 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 13 คนจาก 24 คน พรรคภูมิใจไทย 20 คนจาก 32 คน พรรคประชาธิปัตย์ 163 คนจากที่มี ส.ส. 173 คน
วิปรัฐบาลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย ลงคะแนนให้ 2 เสียงจากนายวิทยาบุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา.