Newssorch

สร้างสรรค์ เป็นธรรม ยึดมั่นประชาธิปไตย

แจ้งให้ทราบ

แสดงความเห็นโดย darksammer บน สิงหาคม 14, 2009

ไม่ได้เข้ามาเขียนบทความในนี้นานมากแล้วครับ ตอนนี้เว็บก็อายุจะครบปีแล้ว

ผมจะแจ้งว่าใครที่อยากอ่านบทความของเว็บที่ตอนนี้เปลี่ยนเรื่องจากข่าวไปเป็นคอมพิวเตอร์แล้วให้ไปอ่านตามเว็บนี้นะครับ

newssorch.krubpom.com

ตอนนี้กำลังดังมากขึ้นเรื่อยๆ(แอบชมตัวเอง)ใครอยากอ่านก็ติดตามไปนะครับ ใครมีปัญหาเกี่ยวกับคอมพ์ฝากคำถามไว้ที่เว็บเลยนะครับ(ตามลิงค์นะครับไม่ใช่เว็บนี้)แล้วผมจะตอบทางอีเมลล์ไม่ก็เป็นบทความของเว็บนะครับ

เขียนแล้วใน admin_post | Leave a Comment »

ประกาศย้ายโฮส

แสดงความเห็นโดย darksammer บน กุมภาพันธ์ 7, 2009

ตอนนี้เว็บ Newssorchได้ย้าจาก wordpress.com ไปที่ thport แล้ว สามารถเข้าชมเว็บได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้

newssorch.thport.com

หากพบปัญหาที่ลิงค์นี้(เช่น เข้าไม่ได้เพราะโฮสล่ม)ให้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ถ้าโฮสล่มเราจะนำข่าวมาโพสไว้ที่นี่

เขียนแล้วใน admin_post | Tagged: | Leave a Comment »

ผู้ชุมนุม นปช. ผ่านจุดสกัดที่ 4 สำเร็จแล้ว

แสดงความเห็นโดย darksammer บน กุมภาพันธ์ 1, 2009

ที่สะพานมัฆวานฯ เวลา 23.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามจะฝ่าวงล้อมแผงกั้นเหล็กและลวดหนามที่ตำรวจนำมาวาง สกัดกั้นไว้ โดยมีการช่วยกันยกแผงเหล็กและลวดหนาวออกทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนฝ่าวงล้อมได้ สำเร็จ ตำรวจได้ถอยกำลังออกมาไม่มีการปะทะกับผู้ชุมนุมแต่อย่างใด ซึ่งทำให้ในเวลาไม่นานนักกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดได้ผ่านจุดสกัดที่ 4 ได้สำเร็จ มุ่งหน้าไปบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยผู้ชุมนุมเมื่อผ่านจุดสกัดที่ 4 ได้สำเร็จต่างร้องตะโกนด้วยความดีใจตลอดเส้นทางการีเคลื่อนขบวน

ตรึงทำเนียบเข้ม-จนท.เครียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในทำเนียบรัฐบาลภายหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนฝ่าแนวกั้นทั้ง 4 จุดมาได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างอยู่ในอาการตึงเครียด และได้มีการสั่งการให้กำลังทหาร 3 เหล่าทัพ ที่อยู่ภายในทำเนียบประมาณ 1 พันนาย กระจายกำลังป้องกันตามจุดเสี่ยงต่างๆ อีกส่วนหนึ่งได้ตั้งแถวรอรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการส่งกำลังเข้าไปดูแลทั้งภายในและภายนอกตึกไทยคู่ฟ้าและตึก สันติไมตรี ทั้งนี้ได้มีการปิดไฟในจุดที่ไม่สำคัญภายในทำเนียบเหลือเพียงไฟส่องสว่างที่ ตึกไทยคู่ฟ้าเท่านั้น

เสื้อแดงประชิดกำแพงทำเนียบ

ทั้งนี้ในส่วนการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล มีการวางกำลังตำรวจจำนวนมากไว้รับมือกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีการทำแนวสกัดกั้นเพื่อไม่ให้เข้าใกล้บริเวณถนนโดยรอบของทำเนียบฯเป็น การป้องกันไม่ให้มีการปีนหรือขว้างปาสิ่งของใดๆเข้ามาภายใน

ต่อมาเวลา 23.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ฝ่ายแนวกั้นที่มีการตั้งไว้ 2 ชั้นบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ โดยมีการปะทะกันเล็กน้อยระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหลังจากฝ่าแนวกั้นมาได้นั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาประชิดรั้วทำเนียบ รัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก อย่างไรก็ตามในช่วงก่อนที่จะเข้ามาประชิดรั้วทำเนียบได้มีมือที่สาม นำน้ำกรดมาสาดใส่ผู้ชุมนุมบางส่วน ทางการ์ดของนปช.ได้ช่วยกันจับกุมแล้วนำไปซึ่งผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้าไปรุม ทำร้ายร่างกายชายคนดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนปช.เตรียมประสานกับเจ้าหน้าที่เพื่อจะยื่นข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ แต่หากไม่มีใครออกมารับหนังสือทางนปช.จะทำการติดเอกสารดังกล่าวไว้ที่ประตู รั้วของทำเนียบแทน.

เขียนแล้วใน ข่าวการเมือง | Tagged: , , | 1 ความคิดเห็น »

ขู่”เสื้อแดง”ทำผิดกม.เจอดี

แสดงความเห็นโดย darksammer บน มกราคม 31, 2009

ตร.งัดแผนกรกฎ48 ทหารยันไม่ป่วนม็อบ

ตำรวจนครบาลงัดแผนกรกฎ 48 รับมือม็อบนปช.ชุมนุมใหญ่ 31 ม.ค.นี้ ระดมกำลัง 10,500 นาย ดูแลความเรียบร้อย พัชรวาทย้ำ ไม่ขวางม็อบเสื้อแดงชุมนุม-เคลื่อนไหว สุชาติ ชี้ ตำรวจใช้แต่โล่ป้องกันตัว ตั้ง 4 จุดเจรจา เน้นทุกอย่างต้องปลอดภัย ลั่นทำผิดกฎหมายเมื่อไหร่จัดการทันที มีกำลังทหารเสริมอีก 22 กองร้อย สุเทพ เชื่อเสื้อแดงไม่ยึดทำเนียบฯ ขู่ทำผิดโดนตำรวจจับกุมแน่ ลั่นตร.ไม่จัดการโดนข้อหาละเว้น รมว.กลาโหม ปัดไม่มีทหารแทรกซึมในกลุ่มเสื้อแดง ด้านสันติบาล ตรวจทำเนียบฯ จนท.หวั่นเร่งเก็บของกลับบ้าน ตั้งวอร์รูมดูดีสเตชั่นออกอากาศ แกนนำนปช.ยื่นหนังสืออีก 3 สถานทูต ณัฐวุฒิ โวยประชาชนโดนขัดขวาง กำลังกอ.รมน.ลงป่วนในพื้นที่ ยันหากไม่มีใครขวางม็อบจะชุมนุมวันเดียวจบ กัดขวัญชัย ทำลายภาพลักษณ์คนเสื้อแดง เผย ทักษิณ โทรศัพท์หาขวัญชัย เคลียร์ปัญหาขัดแย้ง ขวัญชัย ระบุคนอีสานไม่เข้าชุมนุมใหญ่

สั่งตร.รับมือเสื้อแดงเต็มพิกัด

เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่จะมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดันการทำงานของรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำนั้น เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ให้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อระดมกำลังควบคุมผู้ชุมนุมไม่ให้ทำการฝ่าฝืนกฎหมาย และให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ถ้าผู้ชุมนุมฝ่าฝืนกฎหมายต้องดำเนินการทันที แต่ถ้าตำรวจไม่ดำเนินการถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และถ้ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พอสามารถขอกำลังทหาร มาสนับสนุนได้

“ส่วนตัวไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ยึดทำเนียบรัฐบาลซ้ำรอยกลุ่มพันธมิตรฯ และไม่ได้ กำชับให้เจ้าหน้าที่เก็บเอกสารสำคัญ เพราะเชื่อว่าผู้ชุมนุมไม่สามารถยึดทำเนียบรัฐบาลได้ และยัง ไม่มีการประเมินว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนเท่าใด แต่ได้สั่งเด็ดขาดให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายและมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการคาดโทษตำรวจถ้าปล่อยให้ผู้ชุมนุมบุกเข้ามาในทำเนียบ รัฐบาลได้ ส่วนการหาทำเนียบรัฐบาลสำรองไม่มีและไม่ต้องหาด้วย” นายสุเทพ กล่าว

ทหารปัดส่งคนป่วน-เกาะติดม็อบ

ที่กองทัพเรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพเรือ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยมี พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. ให้การต้อนรับ ซึ่งการเดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพเรือครั้งนี้ เพื่อรับทราบการดำเนินงานที่สำคัญ และปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วย

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการชุมนุมว่า ขึ้นอยู่กับตำรวจ หากมีความต้องการให้ทหารช่วยเราก็พร้อม อยากบอกใครก็แล้วแต่ที่เข้ามาชุมนุมว่ารัฐบาลกำลังเพิ่งเริ่มทำงาน และกำลังเดินหน้า อยากให้ประชาชนทุกฝ่ายช่วยกันให้ประเทศเดินหน้าสักระยะ หากมีอุปสรรคค่อยว่ากันอีกครั้ง ส่วนกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่ม นปช. ระบุว่า กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ส่งทหาร 400 นาย เข้าไปแฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นไม่มี เพราะเราไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของใคร แต่กองทัพจะติดตามสถานการณ์ตลอด หากมีการปิดล้อมยืดเยื้อคงต้องเจรจาและหากใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการไม่ เลือกว่าใส่เสื้อสีแดงหรือสีเหลือง และที่เสื้อแดงอ้างว่าเสื้อเหลือง ทำได้แล้วทำไมเสื้อแดงจะทำไม่ได้ เป็นเรื่องของคนละรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลนี้คงทำให้กฎหมายเข้มแข็ง

นปช.ยื่นหนังสือ 3 สถานทูต

วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และคณะผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ พร้อมคนเสื้อแดงประมาณ 100 คน ได้ร่วมเดินทางไปยื่นหนังสือต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา ลาวและเวียดนาม เพื่อขอให้ชาติสมาชิกอาเซียนทบทวนท่าทีต่อการเข้าร่วมประชุมอาเซียนที่ รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีตัวแทนของสถานทูตแต่ละประเทศออกมารับหนังสือ ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยได้มีตำรวจ 50 นายมาดูแลอย่างเข้มงวด ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โวยคนถูกกีดกัน-ทหารมาข่มขู่

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่รัฐบาลสั่งตรวจสอบการชุมนุมก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ว่าตนเห็นว่านายสุเทพไม่มีความชอบธรรมที่จะมาตรวจสอบหรือดำเนินการใด ๆ เพราะนายสุเทพ และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจเลือกข้างร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯเรียบร้อยแล้ว ขอยืนยันว่าคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมเป็นเสรีชนที่รักประชาธิปไตย ขอแนะนำให้นายสุเทพ ใช้เวลาในการดำเนินคดีกับพันธมิตรฯดีกว่า ทั้งนี้มีข้อมูลจากหลายจังหวัดว่าคนเสื้อแดงถูกสกัดกั้นไม่ให้เดินทางเข้ามา ในกรุงเทพฯ มีการส่งทหาร กำลัง กอ.รมน. ไปกดดันในพื้นที่ แต่ขอยืนยันว่าสกัดไม่อยู่ ขอให้รอดูวันชุมนุม

อัดขวัญชัยทำลายภาพเสื้อแดง

“การดำเนินการกับคนเสื้อแดงต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายและกติกาสากล คนที่มีอำนาจในรัฐบาลชุดนี้ไม่ควรใช้อำนาจโดยไม่ ชอบธรรม การชุมนุมคนเสื้อแดงไม่มีการสกัดกั้นหรือต่อต้านการชุมนุมก็จะจบในคืนวันที่ 31 ม.ค. เลย ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี โทรศัพท์หานายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เป็นคนละเรื่องกับการชุมนุม เพราะเสื้อแดงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ต่อสู้เพื่อคนหนึ่งคนใด ทั้งนี้ตนและแกนนำคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาส่วนตัวกับนายขวัญชัย แต่เห็นว่าสิ่งที่นายขวัญชัย ทำเป็นการทำลายและสร้างความเสียหายต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

แม้วต่อสายเคลียร์ขวัญชัย-จตุพร

นายขวัญชัย เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหาตนเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณได้พูดคุยเพียง สั้น ๆ โดยขอให้ตนหยุดตอบโต้กับนายจตุพร และกลุ่มความจริงวันนี้ เพราะไม่อยากให้เกิดความไม่พอใจ หรือขัดแย้งกัน ซึ่งส่วนตัวเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ โทรศัพท์มาขอเคลียร์เรื่องก็ไม่มีปัญหา ส่วนการชุมนุมที่สนามหลวง ชมรมคนรักอุดรมีจุดยืนชัดเจนไม่เข้าร่วมแน่นอน เราเห็นว่าทำไมต้องไปทำเหมือนพันธมิตรฯปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล แต่ควรให้โอกาสรัฐบาลทำงานไปก่อน ถ้าทำอะไรไม่ดีก็ค่อยออกมาเคลื่อนไหว

“ตอนนี้รัฐมนตรีในรัฐบาลก็เริ่มมีปัญหาแล้ว ผมขอยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของพวกเราชมรมคนรักอุดร มีความบริสุทธิ์ใจ เพราะตลอด 3 ปีในการเคลื่อนไหว มีข่าวลือมาตลอดว่าผมได้รับเงินเป็นร้อยล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ผมและชมรมฯเป็นคนที่ทำให้พรรคพลังประชาชนได้ ส.ส. ยกทั้ง จ.อุดรธานี แต่พวกเราไม่เคยได้รับอะไรเลย ซึ่งผมก็อยากถามว่าท่านทักษิณให้อะไรพวกเราบ้าง” นายขวัญชัย กล่าว

ตู่ปัดไม่เคยขัดแย้งขวัญชัย

นายจตุพร เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับตนเองจริงโดยเป็นการพูดคุยเรื่องทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่ได้มีการหยิบยกกรณีนายขวัญชัยมาพูดคุยแต่อย่างใด ที่ผ่านมาพวกตนและพ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีการโทรศัพท์พูดคุยกันเป็นประจำอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องระหว่างตนและนายขวัญชัยดูเสมือนว่าถูกวางตัวให้เป็นคู่ ขัดแย้งกันในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งที่ไม่มีสาเหตุอะไรเลย และโดยส่วนตัวแล้วตนกับนายขวัญชัยก็ไม่มีปัญหาอะไรต่อกัน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเคลียร์ใจอะไรต่อกัน ส่วนการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมจากท้องสนามหลวงมาทำเนียบรัฐบาลจะไม่มีปัญหา เชื่อว่าจะสามารถควบคุมดูแลผู้เข้าร่วมชุมนุมได้เหมือนกับเหตุมาชุมนุมหน้า รัฐสภา

คนอีสานไม่ร่วมบุกยึดทำเนียบฯ

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง ไม่มีการจัดตั้งหรือขนคนในภาคอีสาน เข้าไปร่วมชุมนุมด้วยอย่างแน่นอน ด้านนาย สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง แต่อยากเรียกร้องนายสุเทพ สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ดำเนินการต้องมีความเป็นธรรม และต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับม็อบเสื้อเหลืองอย่าทำสองมาตรฐาน

ตำรวจประชุมรับมือเสื้อแดง

วันเดียวกัน เวลา 14.00 น. ที่ บช.น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจแผนปฏิบัติดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความ ปลอดภัยของตำรวจนครบาลในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ที่นัดรวมพลชุมนุมใหญ่วันที่ 31 ม.ค.นี้ ที่ท้องสนามหลวง พร้อมประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ภายหลัง พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. มีหนังสือเรียกประชุมนายตำรวจระดับสูง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

ปล่อยชุมนุมทำผิดก.ม.โดนแน่

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ตำรวจมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยเน้นย้ำผู้ปฏิบัติให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด หากพบผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมายได้เตรียมพนักงานสอบสวนไว้ดำเนินคดีแล้ว และหากกำลังตำรวจไม่เพียงพอจะประสานขอกำลังเสริมจากทหารมาเป็นผู้ช่วยเจ้า พนักงานด้วย ตำรวจยืนยันจะไม่มีการสกัดกั้นการชุมนุม แต่ต้องเป็นไปอย่างสงบสันติปราศจากอาวุธ หากมีการบุกรุกเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลคงไม่ยอมแน่นอน ซึ่งวิธีการของตำรวจคงจะเริ่มต้นที่การเจรจาก่อน

จัดกำลังกว่า1หมื่นนายรับมือ

พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า ตำรวจจะไม่ยอมให้ผู้ชุมนุมปิดล้อมหรือบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล แต่หากจะชุมนุมหรือเคลื่อนขบวนสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและปราศจากอาวุธ ทั้งนี้ยืนยันว่าตำรวจจะไม่ใช้ความรุนแรง หรือแก๊สน้ำตาจะมีเพียงโล่เท่านั้น ส่วนแผนปฏิบัติจะใช้แผนกรกฎ 48 ใช้กำลังทั้งหมด 70 กองร้อย 10,500 นาย แบ่งทำงานเป็น 2 ผลัด ๆ ละ 35 กองร้อย 5,250 นาย ดูแล 12 ชั่วโมง ระดมมาจาก บช.น. บช.ภ. 1, 2, 7 บช.ก. และ ตชด. โดยมีการขอกำลังทหารมาช่วยอีก 22 กองร้อย มาช่วยดูแลความสงบ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากทาง กทม. กรณีรถน้ำ รถดับเพลิง และรถไฟส่องสว่าง

เน้นเจรจา4จุด-คุมเข้มที่สำคัญ

“เราจะเน้นการเจรจาเป็นหลักมากกว่า โดยมีจุดเจรจา 4 จุดคือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานผ่านฟ้า แยก จปร. และสะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งได้มอบหมายให้รอง ผบช.น. และ รอง ผบก. ต่าง ๆ คุมกำลังตามจุดที่กำหนด และจากการคาดการณ์คิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมน่าจะมีประมาณ 20,000 คน เคลื่อนกำลังมาช่วงกลางคืนสั่งการให้ บก.จร. จัดกำลัง 30 นาย มาคอยอำนวยความ สะดวก นอกจากนี้เรายังต้องจัดกำลังดูแลโดยรอบพระราชวังสวนจิตรลดา และพระราชวังอื่น ๆ รวมทั้งสถานที่สำคัญ เพราะเกรงว่าจะมีมือที่สามเข้ามาก่อกวน” พล.ต.ท.สุชาติ กล่าว

ตั้งวอร์รูมดูดีสเตชั่นออกอากาศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.30 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเตรียมรับมือเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งมีแผนรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว ทั้งนี้ประเด็นคือกลุ่มเสื้อ แดงพยายามประกาศว่าเคลื่อนไหวจะไม่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น จะไม่มีการบุกรุกเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล แต่ถ้าบุกรุกเข้ามา ก็ถือว่าผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่าจะตั้งวอร์รูมติดตามการออกอากาศของดีสเตชั่นหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง นายสาทิตย์ กล่าวว่า นายสุเทพ และฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่ มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ก็รับรู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ต้องการให้เกิดความสงบในบ้านเมือง ซึ่งแค่มองตื้น ๆ ก็เห็นเจตนาชัดเจนที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ที่ผ่านมารัฐบาลก็พยายามขอร้องแต่อะไรที่เกินกรอบกฎหมายก็ต้องดำเนินการ อย่างเด็ดขาด

จ้องเล่นงานสื่อปลุกระดม

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานีโทรทัศน์ ดี สเตชั่น อาจออกอากาศความเคลื่อนไหวการชุมนุม และเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วม นายสาทิตย์ กล่าวว่า ปกติการเสนอข่าวสารสื่อทุกฝ่ายสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นลักษณะของการปลุกระดม ก็คงต้องดำเนินการ ข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงระบุว่ามีสถานีวิทยุชุมชนหลายสถานี กำลังใช้วิธีปลุกระดมและใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จมาสร้างความเข้าใจผิด รวมทั้งมีเรื่องการหมิ่นประมาทด้วย เรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคงติดตามอยู่

ตร.ตรวจทำเนียบฯ-เก็บเอกสาร

ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.ท.ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดย พล.ต.ท.ธีรเดช กล่าวว่า เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่บุกเข้ามาภายใน อย่างไรก็ตามตำรวจจะเน้นในเรื่องของ การป้องกัน แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกวิตกกังวลอยู่บ้าง เพราะบางครั้งบอกว่าจะไม่บุกยึดทำเนียบฯ แต่ ในสถานการณ์การชุมนุมก็อาจเป็นอีกอย่างหนึ่ง เราก็ต้องวิตกไว้ก่อน ต่อมาเวลา 17.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท ได้เดินทางเข้าพบนายสุเทพ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการหารือเพื่อเตรียมรับมือกับกลุ่มเสื้อแดง

นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดูแลรักษาความปลอด ภัยทำเนียบรัฐบาลนั้นนายสุเทพจะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนเอกสารลับและเอกสารสำคัญของราชการนั้นก็ได้เก็บออกไป ไม่มีอะไรที่เป็นเอกสารลับแล้ว

ปชช.จนท.ผวาเก็บของเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประกาศบุกทำเนียบรัฐบาลได้สร้างความหวาดผวาให้กับข้าราชการ และบรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่ขายของภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่ต่างพูดกันว่าจะเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวกลับบ้านทั้งหมด เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาเหมือนเมื่อครั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบ รัฐบาลครั้งก่อน

นายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมการอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทำ เนียบรัฐบาลส่วนใหญ่ได้เก็บของใช้ส่วนตัวกลับบ้านนั้น ก็คงมีบ้าง เพราะคงไม่มีการเก็บอะไรไว้ที่ทำงานเยอะเหมือนแต่ก่อน

ที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มประชาชนและพระสงฆ์จำนวนหนึ่งในนามกลุ่มรักประชาธิปไตยสนามหลวง (กปส.) ได้รวมตัวกันมาประท้วงกระทรวง การต่างประเทศและรัฐบาล ให้เลื่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและให้รัฐบาลลาออก พร้อมกันนี้ให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ลาออกไปด้วย โดยสถานการณ์เป็นไปอย่างสงบ

ที่ จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเสื้อแดง ภายใต้ชื่อกลุ่มชักธงรบ และกลุ่มพลังเงียบอุบล กว่า 200 คน ได้ทยอยไปรวมตัวกันที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มชักธงรบ บ้านนายธีระภัทร วัชรพล หรืออาจารย์ต้อย หน้าวัดบูรพาราม ต.ในเมืองอุบลราชธานี เพื่อเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯร่วมชุมนุมใหญ่ต่อไป

เตรียมรับผู้หญิงเป็นตร.ปราบม็อบ

ที่ บช.น. พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น. กล่าวถึงคุณสมบัติของบุคคลภายนอก ที่จะสมัครสอบเข้ารับราชการเป็นตำรวจปราบจลาจล หญิง สังกัด บก.ตปพ. ตามที่ตร.อนุมัติว่า บช.น. เปิดรับสมัคร 1 กองร้อย 150 นาย แบ่งเป็น กองร้อยปราบจลาจลหญิง 123 นาย อีก 27 นาย สังกัด บช.ส. ทำหน้าที่อารักขารักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ที่ผ่านมา บช.น. และ บช.ส. ได้หารือร่วมกันถึงคุณสมบัติผู้สมัครได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่า ผู้สมัครสอบต้องมีวุฒิ ปวช. หรือ ปวส. หรือปริญญาตรี และผู้ที่จบด้านพลศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี สถานภาพโสด ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ ตร. พิจารณาอนุมัติแล้ว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการคัดเลือก คาดเปิดรับสมัครได้ช่วงเดือน เม.ย.นี้.

บิ๊กบังวอนสร้างสมานฉันท์

ที่มัสยิดบางอ้อ กรุงเทพฯ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาอิสลาม เนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึกว่า กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง ท่านคงทราบดี เพราะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่วนเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าไม่น่าตั้งตนเป็น ผบ.ทบ. เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว อย่าไปพูดถึง ตอนนี้ควรมาสร้างความสมานฉันท์ในชาติ ช่วยกันพัฒนาประเทศจะได้รุ่งโรจน์เหมือนชาติต่าง ๆ

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ โจมตีกองทัพ โดยเคลื่อนไหวเพื่อสกัดกั้นท่านอยู่ พล.อ. สนธิ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนอยู่ตัวคนเดียว เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าท่านได้เดินทางไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต่างประเทศ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่มี ส่วนบทบาททางการเมืองของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. นั้น ตนมองว่า ท่านก็ดี ดูแลกองทัพได้เข้มแข็งดี

ทหารใช้แผนอาร์มทองรับมือ

พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการรับมือม็อบว่า กองทัพเพียงติดตามดูสถานการณ์อย่างเดียว แต่หน้าที่หลักขึ้นอยู่กับตำรวจ ตอนนี้ตำรวจได้ประสานงานมายังกองทัพให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานหากเกิดกรณี ฉุกเฉิน ขณะนี้ทหารจะอยู่ในที่ตั้งตามปกติ ตามแผนอาร์มทองที่เคยใช้ ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ส่วนการกล่าวหากองทัพส่งคนไปก่อกวนผู้ชุมนุมยืนยันไม่มี ไม่เคยทำและทำไม่ได้อยู่แล้ว.

เขียนแล้วใน ข่าวการเมือง | Tagged: , , , | Leave a Comment »

‘ม็อบเสื้อแดง’ ขู่ปิดล้อมทำเนียบ

แสดงความเห็นโดย darksammer บน มกราคม 30, 2009


ยันชุมนุมอหิงสา

“ม็อบเสื้อแดง”ประกาศดีเดย์ 3 ทุ่มตรงวันเสาร์ 31 ม.ค.นี้ บุกปิดล้อมทำเนียบ นัดเคลื่อนพลจากท้องสนามหลวง ขีดเส้นตายยื่น 3 ข้อเสนอ “ไล่บี้เอาผิด พธม.-ปลดรมว.การต่างประเทศ-งัดรธน.40 ออกมาใช้” ยืนยันชุมนุมสงบอหิงสาของจริง ไม่บุกเข้าในพื้นที่ราชการแบบพันธ มิตรฯ “จักรภพ” ปูดแผนแสบ รู้ทันมีทหารกว่า 500 นายเตรียมแทรกซึมกลุ่มคนเสื้อแดง นายกฯ เมินไม่ให้ราคาม็อบ มั่นใจไม่มีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล “เทพเทือก” ไล่บี้ไขลานตำรวจทำงานเข้มแข็ง “เสธ.หนั่น” เชื่อคนมาชุมนุมน้อย ขณะที่ รมว.คมนาคม ยืนยันออก พ.ร.บ.คุมเข้มสนามบินไม่ใช่แผนสกัดม็อบ “รมว.ยุติธรรม” ลั่นจัดการเว็บหมิ่นสถาบัน เตรียมส่งดีเอสไอช่วยจี้คดีคั่งค้างเพียบ ส่วน  รมต.สำนักนายกฯ ลุยหาช่องเอาผิดวิทยุชุมชน ด้าน “สุวิทย์” ส่อแววไม่กล้าไปเปิดงานเชียงใหม่ อ้างไม่กลัวม็อบแต่มีภารกิจเพียบ

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) ที่ประกาศนัดชุมนุมใหญ่เย็นวันที่ 31 ม.ค. ที่บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ เพราะมีส่วนร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในการปิดสนามบิน นอกจากนี้ยังต้องการกดดันให้รัฐบาลยุบสภา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ม็อบเสื้อแดงลั่นชุมนุมใหญ่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ คณะผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ในฐานะแกนนำกลุ่มนปช. นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ร่วมแถลงข่าวถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ที่บริเวณท้องสนามหลวง โดยนายวีระ กล่าวว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ จะดำเนินภายใต้ชื่อภารกิจ “แดงทั้งแผ่นดิน” หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “RED IN THE LAND” จะเริ่มเป็นทางการตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป โดยเนื้อหาในการอภิปรายนอกจากจะเป็นการกดดันเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินคดีกับ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯและผู้ที่เกี่ยวข้องในการยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน นานาชาติอย่างเฉียบขาดและรวดเร็วรวม ทั้งเรียกร้องให้ดำเนินการปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ พ้นจากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลทั้งหมด นอกจากนี้จะเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

เคลื่อนพลปิดล้อมทำเนียบ

นายวีระ กล่าวต่อว่า จากนั้นในเวลา 21.00 น. คนเสื้อแดงทั้งหมดจะเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลทุกด้าน เพื่อนำข้อเรียกร้องทั้งหมดไปติดขีดเส้นตายให้รัฐบาลปฏิบัติ  ส่วนจะมีการชุมนุมปิดล้อมยืดเยื้อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในคืนวันดังกล่าว การเดินขบวนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้ก็เพื่อแสดงให้รัฐบาลพรรคประชา ธิปัตย์ที่เข้ามาอย่างไม่ชอบธรรมและบริหารประเทศ แต่ขอยืนยันคนเสื้อแดงจะชุมนุมอย่างสันติ อหิงสา ไม่มีการบุกเข้าไปในทำเนียบแบบที่พันธมิตรฯทำเด็ดขาด

แฉแผนส่งทหารแฝงตัวปะปน

ด้านนายจักรภพ กล่าวว่า  การชุมนุมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการวัดกระแสของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าแผ่วหรือไม่ รวมทั้งเป็นการประเมินกระแสการเรียกร้องให้เวลารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในการ บริหารประเทศจุดติดขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนได้รับทราบรายงานว่า จะมีการส่งทหารสังกัดหน่วยงานหนึ่ง ประมาณ 400- 500 นาย ให้ใส่เสื้อสีแดงลงพื้นที่แต่ไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ใด ซึ่งคาดว่าอาจจะถูกสั่งให้เข้ามาปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุมในวันชุมนุมใหญ่ แต่เชื่อคนเหล่านั้นคงไม่รอดพ้นจากการจับตาจากคนเสื้อแดงแน่นอน เพราะไม่ใช่แดงอย่างแท้จริง

ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่ ครม. ได้อนุมัติในหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ศ…. ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอนั้น เป็นการประจานประเทศ เนื่องจากเป็นการทำเพื่อให้นายกฯใช้เป็นเครื่องมือตอบข้อซักถามของนานา ประเทศ ในการ ป้องกันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถือว่าเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น

“มาร์ค” หยามไม่ให้ราคาม็อบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชา ชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่ม นปช.จะชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง และจะเคลื่อนขบวนชุมนุมไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินคดีกับกลุ่มที่ก่อความไม่สงบยึด ทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน รวมทั้งต้องการให้ปลดรัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ พันธมิตรฯ และขอให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ว่า ตนไม่รู้สึกหนักใจกับการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เพราะมั่นใจในการทำงานของตำรวจ ซึ่งขณะนี้ได้วางแผนรับมือไว้แล้วจึงไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรงและส่งผลเสียต่อ เสถียรภาพของรัฐบาล

ปรับแผนคุมเข้มสนามบิน

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปลอดภัยและการรักษาความ ปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า เป็นเพียงการอนุมัติในหลักการ ก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานต่างๆให้ความเห็น เพราะยังเป็นการร่างในหลักการกว้าง ๆ ส่วนรายละเอียดต้องถูกปรับแต่งตามความเหมาะสม สำหรับบทลงโทษที่ถูกวิจารณ์ว่าเบาไปนั้น ในการออก กฎหมาย ท้ายที่สุด สภาจะพิจารณาให้ความเห็น ซึ่งสิ่งสำคัญคือการมีมาตรการในเชิงป้องกันและเจ้าหน้าที่มีอำนาจเพียงพอใน การจัดการสถาน การณ์ได้ ส่วนการกำหนดโทษจะหนักหรือเบานั้นคงไม่ใช่ตัวกำหนดทุกอย่างเสมอไป

“ผมได้ให้ข้อสังเกตในที่ประชุมครม.ด้วยว่าไม่ควรเป็นกฎหมายที่ใช้ในท่า อากาศยานสุวรรณภูมิเท่านั้น แต่ควรเกี่ยวข้องกับสนามบินทุกแห่งเพื่อให้เกิดความมั่นใจกับต่างชาติว่าจะ ไม่เกิดเหตุการณ์ปิดสนามบินอีก”

“เทือก” ไขลานตร.ให้เข้มแข็ง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องดูแลพื้นที่ โดยต้องปฏิบัติไปตามเกณฑ์ปกติ ตนเพียงแต่กำชับว่าเจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่ให้เข้มแข็ง

ด้าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ กล่าวว่า ตำรวจคงต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ หากมีการชุมนุมก็อย่าให้เดือดร้อน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรงและบานปลาย ซึ่งผู้ที่มี หน้าที่คงต้องช่วยกันเข้ามาดูแลตั้งแต่ตอนนี้ ส่วน การเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะมีพลังมากแค่ไหนนั้นคงตอบไม่ได้ ซึ่งคงไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ การทำงานของรัฐบาล ตอนนี้บ้านเมือง ก็ดีอยู่แล้ว การชุมนุมเป็นเรื่องธรรมดาต้องแก้ไขกันไป

“เสธ.หนั่น” เมินคนชุมนุมน้อย

เมื่อถามว่าทำไมถึงมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อรัฐบาลในการชุมนุมครั้งนี้ พล.ต.สนั่น ตอบว่า คนที่ร่วมมือกับนปช.คงจะมีไม่มากเท่าไหร่ ส่วนการชุมนุมครั้งนี้จะเป็นการวัดกระแส กลุ่มเสื้อแดงหรือไม่นั้น ตนเห็นว่ามีการวัดกระแสหลายครั้งแล้ว ทั้งนี้ตำรวจต้องทำหน้าที่หากทำไม่ได้ก็ต้องขอแรงจากทหารมาช่วยแต่ตอนนี้คง ยังไม่จำเป็น ต่อข้อถามว่าฝากอะไรไปถึง ส.ส.พรรคฝ่ายค้านในการชุมนุมครั้งนี้ พล.ต. สนั่น กล่าวว่า ส.ส. ทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลหากเห็นด้วยกับการชุมนุมก็ต้องรับผิด ชอบ ขอให้เห็นแก่บ้านเมืองรักษาบ้านเมืองเพราะบ้านเมืองกำลังเดินไปด้วยดี เมื่อถามว่าจะบานปลายถึงขั้นนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า คงไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีอะไรในตอนนี้

รมว.ยุติธรรมเร่งรัดคดีหมิ่น

ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่สภา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ชี้ แจงปัญหาเว็บไซต์ที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงหมิ่นสถาบันอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนี้นายกฯได้สั่งตั้งคณะทำงานดูแลเรื่องนี้เพื่อดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นการทำงานร่วมกัน 3 กระทรวงคือ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ และกระทรวงกลาโหม ซึ่งจากการดำเนินการมา 21 วัน มีการปิดเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันไปแล้ว 2,300 เว็บ ในส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดทางวาจาและเผยแพร่เอกสาร มีคดีที่ยังค้าง อยู่ที่ สตช. 40 คดีจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปดูแล เร่งรัดคดี ล่าสุดได้รับรายงานว่าจะมีการส่งตัวผู้กระทำผิดที่หนีไปนอกประเทศกลับมา ดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว ส่วนความผิดที่เกี่ยวข้องกับข้อความและเอกสารนั้นพบว่ามีคดีอาญาค้างอยู่ที่ สตช.จำนวน 1,300 คดี

หาช่องสะสางวิทยุชุมชน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ดูแลสื่อของรัฐ ชี้แจงว่า ได้รับ รายงานว่ามีสถานีวิทยุชุมชนจำนวนมากทำการปลุกระดมและเคลื่อนไหวในการหมิ่น สถาบันฯ แม้จะมีการส่งจดหมายเตือนและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลแล้วแต่ สองสัปดาห์ที่ผ่านมายังพบว่าวิทยุชุมชนยังไม่ตระหนักเรื่องนี้แต่ยังมี พฤติกรรมที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นในสัปดาห์ หน้าตนจะเชิญประชุมอนุกรรมการฯที่ดูแลเรื่องนี้มาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาทางแก้ไขต่อไปและจะเร่งรัดออกกฎหมายจัดสรรคลื่นความถี่ และตั้งกสทช.เพื่อจัดระเบียบวิทยุชุมชนและจะกำกับเนื้อหาในการนำเสนอต่อไป

“โสภณ” โต้ไม่ได้สกัดม็อบ

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีการออก พ.ร.บ.ว่าด้วยความปลอดภัย และรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ศ…. และมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กระทรวงคมนาคม ว่า จะมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิทั้งในระยะสั้นและระยะ ยาว โดยมีการตั้งด่านสกัด หรือแม้แต่การตั้งด่านตรวจเป็นการถาวร ซึ่งในกฎหมายก็จะมีมาตรการดูแลครอบคลุมไปถึงสนามบินนานาชาติทั่วประเทศ มั่นใจหากมีกฎหมายบังคับใช้ เราก็จะมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดีและได้ผล ทั้งนี้การออกกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่เพื่อสกัดการชุมนุมของคนเสื้อแดงเพราะ ไม่รู้ว่ากฎหมายจะเข้าสู่สภาเมื่อใด

“สุวิทย์” ฝ่ออาจไม่ไปเชียงใหม่

ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีกำหนดการเดินทางไปเปิดโครงการรณรงค์ “90 วัน รวมพลัง หยุดเผา บรรเทาโลกร้อน” เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันใน พื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ที่ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 30 ม.ค.ว่า ไม่กลัวคนเสื้อแดง เพราะกระทรวงฯก็มีเสื้อแดงเหมือนกันแต่เป็น “หน่วยเสือไฟ” ป้องกันไฟป่าและปัญหาหมอกควัน ตนคิดว่าชาวเชียงใหม่เข้าใจว่าจะมาทำประโยชน์ให้ อย่างไรก็ตามตนจะเดินทางไปเปิดงานดังกล่าวหรือไม่ก็ยังไม่แน่ เพราะต้องเคลียร์ภารกิจที่ค้างอยู่ก่อน และถ้าไปไม่ได้ก็อาจมอบหมายให้นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงฯ เดินทางไปเปิดงานแทน เพราะนายศักดิ์สิทธิ์ เป็นหัวหน้ากลุ่มเสื้อแดง หรือหน่วยเสือไฟ

เตือนระวังกฎหมายซ้ำซ้อน

ที่รัฐสภา นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมออกพ.ร.บ. รักษาความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิ  ว่า ตามปกติก็มีกฎหมายที่จะใช้ดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ถ้ารัฐบาลจะดำเนินการเพิ่มเติมก็ต้องกลับไปดูกรอบกฎหมายที่มีอยู่เขียน  ไว้อย่างไรเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน ส่วนที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามีการบุกยึดสนามบิน จะต้องจัดการด้วยหรือไม่นั้น สื่อคงต้องไป ถามนายกฯ โดยเฉพาะคนที่นายกฯ เกี่ยวข้องว่าเหมาะสมหรือไม่

เสื้อแดงแห่ให้กำลังใจตร.

ที่ บช.น. ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายปัณทัต พงษ์ปภานันท์ อายุ 44 ปี เลขาฯ ชมรมชนชั้นกลางเพื่อประชาธิปไตยพร้อมด้วยคนเสื้อแดงกว่า 30 คน เดินทางมายื่นหนังสือเปิดผนึกฉบับที่ 3 และที่ 4 ถึง พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. ให้กำลังใจและสนับสนุนกรณีตำรวจลงชื่อยื่นถอดถอน ป.ป.ช. รวมทั้งยังมาติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯ และผู้ชุมนุมที่บุกยึดทำเนียบและสนามบินดอนเมือง เบื้องต้น พ.ต.อ.ทรงภูมิ ประภานนท์ รอง ผบก.อก.บช.น. รับเรื่องเอาไว้

มท.1 จี้ผวจ.เจรจาแกนนำ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาด ไทย เปิดเผยว่า จะกำชับไปยัง ผวจ.ในพื้นที่ ต่าง ๆ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มีการจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลตรวจสอบ รวมถึงไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่า ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องเดินทางเข้ามาชุมนุม แต่ถ้าจะมาก็ไม่มีการสกัดกั้น อย่างไรก็ตามคงไม่ได้จับตาการเคลื่อน ไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดใดเป็นพิเศษ  แต่ตนยอมรับว่ายังมีความเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่และจะดำเนินการอย่างละมุน ละม่อม ทั้งนี้จากการตรวจสอบการชุมนุมเบื้องต้น พบว่ามีการชุมนุมตามหัวเมืองต่าง ๆ ประมาณ 10-20 คนเท่านั้น

ตร.ฝึกรับมือม็อบปิดสนามบิน

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สัมพันธ์ เบญจศิริ รอง ผบก. นำกำลังตำรวจกว่า 300 นาย ร่วมกับฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย สถานีดับเพลิงและกู้ภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดฝึกอบรมการควบคุมฝูงชนขึ้น โดยมี น.ท.ประทีป วิจิตรโท รอง ผอ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ) ร่วมนำเจ้าหน้าที่มาร่วมฝึก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักสูตรการควบ คุมฝูงชนในเบื้องต้นและเรียนรู้หลักวิธีการเตรียมความพร้อมป้องกันเหตุการณ์ ชุมนุมต่าง ๆ ตลอด จนการฝึกภาคสนามเพื่อใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง กับการควบคุมกลุ่มคนที่มีจำนวนมาก ๆ.

เขียนแล้วใน ข่าวการเมือง | Tagged: , , | Leave a Comment »

คนไทยต่างแดนร้องวธ.เจอนศ.ขายตัวผ่านเว็บเพียบ

แสดงความเห็นโดย darksammer บน มกราคม 30, 2009

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ม.ค.) น.ส. ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมจากต่างประเทศว่า ขณะนี้มีการขายบริการทางเพศผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง พร้อมทั้งมีการเชื่อมโยงไปตามเว็บไซต์ต่าง ๆ มากกว่า 1,000 เว็บไซต์ โดยมีการโพสภาพและข้อความของหญิงสาวอย่างโจ๋งครึ่ม ส่วนใหญ่จะอ้างว่า เป็นนักศึกษาจากสถาบันชื่อดัง มีภาพการแต่งกายเป็นนักศึกษาติดเข็มระบุสถาบันอย่างชัดเจน ต้องการค่าเทอม ซื้อโทรศัพท์มือถือ ระบุชื่อ ชื่อเล่น ชื่อสถาบันการศึกษา ราคาต่อครั้ง และรูปแบบการบริการทางเพศ รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ “เมื่อศูนย์เฝ้าระวังฯ ได้โทรไปตรวจสอบจากเบอร์โทรศัพท์ที่โพสไว้ในเว็บไซต์ พบว่า หญิงสาวที่ทางศูนย์เฝ้าระวังฯ ได้ติดต่อ ยอมรับว่าขายบริการจริง พร้อมกับบอกด้วยว่า อยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านบางแค ราคา 1,500 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า ลดราคาเหลือ 1,200 บาท ได้หรือไม่ หญิงสาวคนดังกล่าวก็ได้วางสายไปทันทีโดยไม่ยอมให้ต่อรองราคาแต่อย่างใด ในขณะที่เบอร์อื่น ๆ ที่ศูนย์เฝ้าระวังฯ ได้ลองติดต่อไป บางสายก็ปิดเครื่อง บางสายก็ตอบรับอัตโนมัติว่า จะติดต่อกลับมาในภายหลัง” ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังฯ กล่าว นอกจากนี้ น.ส.ลัดดา กล่าวว่า ยังได้รับรายงานจากเครือข่ายเฝ้าระวังว่า ไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้น วัยรุ่นชายก็กำลังนิยมขายบริการผ่านเว็บไซต์จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาระบุว่า รับนวดพร้อมเสียว ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท มีห้อง ในขณะเดียวกันยังพบการขายอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ ขายตามเว็บไซต์เป็นจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการขายบริการทางเพศนิยมมากขึ้นในสังคมไทย เนื่องจากสร้างรายได้งามในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว.

เขียนแล้วใน ข่าวเทดโนฯใหม่ๆ, อื่นๆ | Tagged: | Leave a Comment »

ไม่รอดสภาล่มกลางคัน

แสดงความเห็นโดย darksammer บน มกราคม 23, 2009


กระทู้ถามสดว่อนสภา ซีกรัฐบาลต้องลุกขึ้นชี้แจงเหงือกบาน ทั้งเรื่องถอดยศ “แม้ว” และการแก้ปัญหาราคาพืชผล “เจ๊ทิวา” หน้าใสโชว์ไอเดียแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรเป็นฉาก ๆ เสนอแผนรอบด้านทั้งสั้นกลางยาว ด้าน “เทพเทือก” ปัดตอบ “เนวิน” ส่งคนนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ยันยังไม่เห็นใครเขมือบจึงเล่นงานไม่ได้ เผยคำสั่งเด้งข้าราชการเรื่องปกติรัฐบาลไหนก็ทำกัน ด้านวิปรัฐบาลตั้งป้อมพร้อมรับมือถูกตีรวนในสภา ขณะที่วิปฝ่ายค้านเย้ยแค่รับน้องไม่ต้องผวา เหน็บของอย่างนี้เป็นกงกำกงเกวียน ก่อนเสนอนับองค์ประชุมอีกรอบ “มาร์ค” สับ 100 เมตรเข้าห้องประชุม สุดท้ายไม่รอดสภาล่มกลางคัน

ไม่ลงโทษ ส.ส.ขาดประชุม

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่ฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุมในการประชุมสภานัดแรกว่า ส.ส.รัฐบาล เข้าใจดีว่าองค์ประชุมมีความสำคัญต่อการทำให้งานในสภาให้เดินหน้าไปได้ หากองค์ประชุมไม่ครบ ส.ส.รัฐบาลทำงานไม่ได้ การที่ฝ่ายค้านขอให้นับองค์ประชุม 2 ครั้งใน 1 ชั่วโมง ทำให้ ส.ส.รัฐบาลต้องตื่นตัว ต่อไปนี้ต้องอยู่ในที่ประชุมสภาตลอดเวลา อย่างไรก็ตามคงไม่ต้องออก กฎระเบียบกำชับ ส.ส. หรือออกมาตรการลงโทษ เพราะทุกคนมีความรับผิดชอบ และเข้าใจดีว่าเสียงแต่ละเสียงของเรามีความหมาย

นายสุเทพยังกล่าวถึงกรณีที่พูดในทำนองจะปลดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกว่า อย่าใช้คำว่าปลด เพราะการปลดหมายถึงเอาออกจากราชการ แต่การโยกย้ายเป็นการเปลี่ยนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เงินเดือนเท่าเดิมถือเป็นเรื่องปกติ สมัย รัฐบาลในอดีตก็ทำกันมาทั้งนั้น เมื่อถามว่า ยังมีตำแหน่งระดับ 11 ที่ทำเนียบรัฐบาลว่างอยู่อีกมาก จะมีการย้ายใครมาประจำอีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อยู่ที่ตัวบุคคล ถ้าเห็นว่าจำเป็นต้องย้าย ถึงจะไม่มีตำแหน่ง ก็ต้องไปขอตำแหน่งมาใหม่ ขณะนี้ยังไม่ได้พิจารณา กระทรวงอื่น แต่กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน จึงต้องดูเป็นพิเศษ

ขรก.ทำดีเอาไว้ไม่ดีย้าย

ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องความผิดปกติในการออกเลขคำสั่งย้ายนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กับคำสั่งแต่งตั้งนายวิชัย ศรีขวัญ ว่าที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุเทพกล่าวว่าหนังสือเสนอขอให้โยกย้าย ตนเป็นคนให้เจ้าหน้าที่จัดพิมพ์ขึ้นมาที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่มีพิรุธอะไร เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องของคุณขอมา นายสุเทพ กล่าวย้อนว่า ใครใช้คำว่าคุณขอมา เรื่องดังกล่าวตนได้ปรึกษากับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เมื่อต้องขอตัวมาทำเนียบฯ ตนต้องเป็นคนเสนอขอให้นายกฯลงนามในคำสั่ง

เมื่อถามว่า ไม่ได้คิดว่าข้าราชการเหล่านี้จะเป็นไส้ศึกให้ขั้วอำนาจเก่าใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่ได้สนใจว่าเขาจะใกล้ชิดกับนายใหญ่ นายหญิงหรือกับใคร คิดแต่ว่าอยู่ตรงไหนข้าราชการเหล่านั้นจะทำประโยชน์แก่ทางราชการได้มากกว่า กัน เมื่อถามว่า มีเสียงครหาว่าเมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว ข้าราชการประจำมักถูกโยกย้ายแบบล้างบาง นายสุเทพกล่าวว่า นั่นเขาเอานิสัยเดิม ๆ มากล่าวหาผู้อื่น ทำไมไม่ดูก่อนว่าข้าราชการเหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าทำตัวดีเป็นหลักเป็นที่พึ่งของประชาชนก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไปยอมสยบและรับใช้นักการเมืองก็ต้องจัดการ

ไม่ตอบ“เนวิน”ส่งคนคุมบอร์ด

นายสุเทพยังกล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์เรื่องการกินรวบตั้งบอร์ดรัฐ วิสาหกิจต่าง ๆ ที่มีคนของนายเนวิน ชิดชอบ เข้าไปจำนวนมากว่า ต้องไปเอาบัญชีรายชื่อมาให้ตนดูก่อน การไปหาผลประโยชน์ก็คงต้องให้เห็นก่อนว่าเกิดการแสวงหาผลประโยชน์ถึงเข้าไป ดำเนินการได้ หาก พูดไปก่อนเช่นนี้ถือเป็นการสบประมาท บอร์ดรัฐวิสาหกิจหากรัฐมนตรีคนใดรับผิดชอบก็ต้องดูแล ถ้ามีเสียงร้องเรียนเข้ามาว่ากระทำการมิชอบ ในฐานะที่เป็นแกนนำรัฐบาลเราต้องคุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีแกนนำกลุ่ม นปช. ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลจะย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อป้องกันการทำคดีที่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต นายสุเทพ กล่าวย้อนว่า นอกจากเรื่องที่เขากล่าวหาพวกตนแล้ว เขายังกลัวอะไรอีกหรือไม่ ส่วนตนไม่กลัวอะไรทั้งนั้น หากเขาคิดว่าจะมีคดีความใดที่สามารถเล่นงานพรรคประชาธิปัตย์ได้ 8-9 ปี ที่ผ่านมา เขาคงเอาเราตายไปแล้ว

พร้อมรับมือฝ่ายค้านตีรวน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมในการประชุมสภา นัดแรกว่า คิดว่าในการประชุมสภารัฐบาลคงจะเจอเกมเช่นนี้ตลอดเวลา แต่เชื่อว่าวิปรัฐบาลคงเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว ทางวิปรัฐบาลจะหารือกันเพื่อให้ทุกพรรคไปกำชับ ส.ส.ของตัวเองให้เข้าร่วมประชุมสภาทุกครั้ง การขอนับองค์ประชุมจะเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่ถ้าขอนับ องค์ประชุม 2-3 ครั้ง คิดว่าคงไม่ใช่เอกสิทธิ์ของ ส.ส.แล้ว

“นายกฯไม่กังวลกับเรื่องนี้ เพราะวิปรัฐบาลรับมือได้ ที่สำคัญต้องทำให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีความพร้อม ถ้าให้ความร่วมมือเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเสียงของรัฐบาลมีมากกว่าฝ่ายค้านถึง 40-50 เสียง ที่ประธานสภาบอกเป็นกงเกวียนกำเกวียนนั้น สมัยที่พรรคเป็นฝ่ายค้านเราเสนอนับองค์ประชุมไม่ถึง 5 ครั้ง และไม่เคยเสนอให้นับถึง 2 ครั้งในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง อย่างที่ฝ่ายค้านทำ” รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าว เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะประสานกับฝ่ายค้านอย่างไร นายสาทิตย์กล่าวว่า วิปทั้ง 3 ฝ่ายจะหารือร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก

เย้ยรัฐบาลแค่รับน้องอย่าผวา

ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมว่า เป็นการรับน้องใหม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้รู้ว่าการทำหน้าที่รัฐบาลต้องมีความพร้อม และเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เขาเคยใช้กับฝ่ายรัฐบาลในอดีต บัดนี้เป็นไปตามที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าเป็นกงเกวียนกำเกวียน แต่ไม่ใช่ว่าพรรคฝ่ายค้านจะปฏิบัติเช่นนี้ตลอดไป ปฏิเสธว่าไม่ใช่เกมไม่ใช่เล่ห์เหลี่ยม ฝ่ายค้านจะเน้นหนักไปที่การตรวจสอบการใช้อำนาจและเรื่องของความยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรัฐบาลขอความร่วมมือขอความเห็นชอบเรื่องกรอบเจรจาอาเซียนจะตอบรับหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเราสนับสนุน แต่ในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายได้พูดคุยไปแล้วว่าตัว รมว. การต่างประเทศ จะต้องตอบคำถามมากกว่าคนอื่น เพราะจากคำพูดและการกระทำขัดกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะมาขอความเห็นชอบจากสภา เมื่อถามว่า หากนายกฯจะพูดคุยขอความร่วมมือด้วยตัวเองจะให้ความร่วมมือหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ให้นายกฯนัดหมายมา ตนจะเตรียมกุ้งแม่น้ำจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ไว้เลี้ยง

วิป 3 ฝ่ายตกลงพร้อมร่วมมือ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมวิป 3 ฝ่ายว่า การประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบข้อตกลงอาเซียน และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมประจำปี 2552 ที่ประชุมจะเสนอให้เลื่อนวาระให้ความเห็นชอบเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับความ ร่วมมือในกรอบอาเซียนและการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระ แรก ส่วนรูปแบบจะพิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบเอกสาร จะดำเนินการเป็นรายกระทรวง โดยใช้เวลาการอภิปรายรวม 25 ชั่วโมง ซึ่งแบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 9 ชั่วโมง ส.ว. 7 ชั่วโมง เวลาสำหรับ ครม.ชี้แจง 4 ชั่วโมง และลงมติเป็นรายกระทรวงรวม 3 ชั่วโมง

นายชินวรณ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการทำให้การประชุมเป็นไปโดยเรียบร้อย โดยฝ่ายค้านยินดีรับไปประสานงานกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน เพื่อไม่ให้เกิดการตีรวนเหมือนประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ในส่วนของรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี หากถูก ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีประเด็นส่วนตัวที่นอกเหนือจาก วาระการประชุม

เปิดสภาให้ตั้งกระทู้ถาม

วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภา เป็นประธานการประชุม ซึ่ง ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามนายกฯเรื่อง กรณีการเสนอถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ารัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรที่ต้องเสนอถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่เพิ่งจะแถลงนโยบายได้เพียง 1 สัปดาห์ การกระทำแบบนี้อาจทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาประท้วง และอยากทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีการดำเนินการกับตำรวจนายอื่นที่อยู่ในกระบวนการถอดยศอย่างไรบ้าง

ป้อง ตร.ถอดยศ “แม้ว”

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯที่ดูแลด้านความมั่นคง ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯเป็นผู้ตอบกระทู้แทนว่า เจ้าหน้าที่ดำเนิน การตามระเบียบ ก่อนดำเนินการทางกองวินัย สตช.ได้ถามไปถึงประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ได้รับหนังสือตอบกลับว่าคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว จึงเป็น หน้าที่ของกองวินัยที่ต้องทำเรื่องถอดยศ รัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และตนเชื่อว่าประชาชนมีเหตุผลพอที่จะไม่ออกมาประท้วง เพราะเป็นเรื่องของการกระทำตามกฎหมาย

นายสุเทพกล่าวต่อว่า สำหรับกรณี พล.ต.ท.ชลอนั้น ใน 3 คดี ที่ พล.ต.ท.ชลอต้องคำพิพากษายังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ถือว่ายังไม่มีคำพิพากษาให้ถึงที่สุด ทางตำรวจยืนยันแล้วว่าถ้าศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อไหร่ ทาง สตช.จะดำเนินการถอดยศตามระเบียบ เหมือนกับที่ทำกับ พ.ต.ท.ทักษิณเช่นกัน

ไล่บี้“ปู่ชัย”และเพื่อนเนวิน

ต่อมานายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีว่า มีความชอบธรรมในการเข้าสู่ตำแหน่งของนายกฯอย่างไร เพราะพรรคพลังประชาชน ถูกยุบ ส.ส.ไม่ได้สังกัดพรรค จึงถือว่าตำแหน่งประธานรัฐสภาของนายชัย ชิดชอบ หลุดไป รวมทั้ง ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน 37 คนที่ไม่ได้สังกัดพรรค แต่ไปเลือกนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯถือว่าเป็นโมฆะ

นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 106(8) ระบุว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ในกรณีที่พรรคถูกยุบจะสิ้นสุดลงหลังจากที่ไม่สามารถหาพรรคสังกัดได้ภาย ใน 60 วัน โดยนับวันรุ่งขึ้นหลังจากครบกำหนด 60 วัน เป็นวันสิ้นสมาชิก ภาพ แต่ในวันเลือกนายกฯทำในช่วง 60 วันหลังจากยุบพรรค แต่หากใครติดใจสามารถส่งเรื่องให้กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

ไอเดีย“พรทิวา”แก้ปัญหาพืชผล

จากนั้นนายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสดไปยังนายอภิสิทธิ์ เพื่อขอให้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ นาย อภิสิทธิ์ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลตระหนักถึงการแก้ปัญหานี้มาตลอด การรับประกันราคาพืชผลปัญหาเกิดมาจากการนำผลผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ ได้ผ่านการตรวจสอบมาสวมสิทธิ ประกอบกับโควตาในการรับจำนำเต็ม ทำให้เกษตรกรเกิดความไม่พอจนเกิดการปิดถนนประท้วงตามพื้นที่ต่างจังหวัด ครม.จึงได้มีการอนุมัติงบฯกลางปีประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาทเพื่อรับประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์ม และยางพารา

ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้วางแผนในการแก้ไขปัญหาไว้ 3 ระยะด้วยกัน คือ สั้น กลาง ยาว ในระยะสั้นจะดำเนินการผ่านรับประกันพืชผล แม้ว่าจะไม่เป็นผลดีระยะยาวแต่ต้องดำเนินการตามความจำเป็น และกระทรวงได้ขออนุมัติงบฯกลางปีจำนวนหนึ่งจ้างบัณฑิตอาสา เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับภาคการผลิต เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะเป็นการจ้างงานด้วย ส่วนระยะกลางและยาวนั้นกระทรวงมีนโยบายในการสร้างระบบประกันภัยผลผลิตทาง เกษตร รวมไปถึงการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อให้มีการเสนอแนวทางและปัญหามาให้ ครม.แก้ไขปัญหาได้โดยตรง และในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนจะหารือกับรัฐมนตรีพาณิชย์อาเซียน เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันในการสร้างอำนาจต่อรองตลาดโลก

ไม้ตายฝ่ายค้านนับองค์ประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมสภาพิจารณากระทู้ถามสดเสร็จสิ้นแล้ว ได้พิจารณาวาระรับทราบรายงานการถึงผลการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯเกี่ยวกับ เรื่องขอให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงเป็นการด่วน โดยในระหว่างการอภิปรายได้มีการโต้เถียงและพาดพิงกันระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลเป็นระยะ ทำให้ทาง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขู่ที่จะนับองค์ประชุม ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ที่กำลังประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุ แห่งชาติ รีบเดินออกจากห้องประชุมมาที่ห้องประชุมสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้นขณะที่กำลังจะเข้าสู่วาระรับทราบการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนัก งานศาลปกครอง ปรากฏว่ามี ส.ส.อยู่ในห้องประชุมบางตา ทำให้นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เสนอขอนับองค์ประชุม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา พยายามขอให้ถอนการเสนอนับองค์ประชุม แต่นายประเสริฐไม่ถอน ทำให้น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ เพื่อตรวจสอบ ส.ส.พรรคใดขาดประชุมมากที่สุด ทำให้ที่ประชุมต้องเริ่มนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อในเวลา 17.45 น.

ไปไม่รอด”สภาล่ม”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังการนับองค์ประชุม 45 นาที พ.อ.อภิวันท์ได้ประกาศผลการนับองค์ประชุมว่า มี ส.ส.อยู่ในที่ประชุมจำนวน 219 คน จากจำนวนทั้งหมด 455 คน จึงถือว่าไม่ครบองค์ประชุม และได้ขอปิดประชุมในเวลา 18.35 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดประชุมสภาเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้เสนอนับองค์ประชุมถึง 2 ครั้ง ซึ่งรัฐบาลก็รอดมาได้แบบหวุดหวิด แต่ในการนับองค์ประชุมครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นแบบวิธีขานชื่อกลับมีสมาชิกไม่ครบ ทำให้สภาล่มไปในที่สุด ทั้งที่เพิ่งเปิดประชุมสภาได้เพียง 2 วันเท่านั้น

“พิเชฐ”ปัดโบนัสพันธมิตรฯ

ส่วนการเมืองอื่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯจะลาออกจากตำแหน่งว่า ไม่มีอะไร นายนิพนธ์ยังมาทำงานตามปกติ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายนิพนธ์หรือยัง นายสุเทพกล่าวว่า คุยแล้วก็เป็นปกติ วันที่ผลุนพลันออกจากห้องประชุม ครม.เพราะต้องไปทำงาน เมื่อถามต่อว่า ทำไมนายนิพนธ์จึงขี้น้อยใจ นายสุเทพกล่าวติดตลกว่า ตนไม่ได้พูดนะ แล้วก็อย่าไปกล่าวหาเขา

นายพิเชฐ พัฒนโชติ ที่ปรึกษา รมว. สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เป็นการตอบแทนที่ไปเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯว่า ที่ไปร่วมเคลื่อนไหวกับพันธมิตรฯเพราะเห็นว่าแนวทางการต่อสู้เป็นสิ่งที่ถูก ต้อง และไปในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค พรรคก็ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ตนจึงไม่หนักใจต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และจะทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ถ้าบอกว่าเป็นการตอบแทน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ก็คงได้เป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงแรงงาน หรือนายพิภพ ธงไชย ก็คงได้เป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงพัฒนาสังคมฯไปแล้ว

ส.ป.ก.อยู่ในมือผู้มีอิทธิพล

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ กล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องการแจกที่ดิน ส.ป.ก.4-01 โดยเฉพาะประเด็นผู้มีอิทธิพลเข้าไปถือครองจำนวนมากว่า เป็นสิ่งที่ดีที่จะร่วมกันตรวจสอบ ตนไม่หนักใจเพราะถึงฝ่ายค้านไม่เปิดอภิปรายฯ เรื่อง ส.ป.ก.ก็ต้องถูกสังคมตรวจสอบอยู่แล้ว สำหรับเรื่องผู้มีอิทธิพลถือครองที่ดินยอมรับว่ามีอยู่บ้าง ซึ่งก็จะดำเนินการตามกฎหมายไม่มีการละเว้น

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรูปแบบรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ว่า การจัดรายการดังกล่าวจะเปลี่ยนไปจัดที่ห้องส่งสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที แทนการจัดที่ตึกไทยคู่ฟ้า ส่วนรูปแบบรายการนี้จะแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกนายกฯจะพูดกับประชาชนโดยตรง ช่วงที่ 2 จะมีพิธีกรที่เป็นเหมือนตัวแทนของประชาชน ซักถามนายกฯในเรื่องต่าง ๆ ช่วงที่ 3 จะเปิดโอกาสให้ประชาชนโทรศัพท์ฝากคำถามในรายการ

ถวายฎีกาค้านย้าย “พีรพล”

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครสวรรค์ว่า กลุ่มสตรีจังหวัดนครสวรรค์กว่า 800 คน เดินทางมายื่นถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านสำนักราชเลขาธิการ ถึงการย้ายนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว พร้อมทั้งยืนยันว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่มีผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้มีชาวบ้านนำบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) จำนวน 21 ใบมาร้องเรียนตนว่า มีการแอบอ้างลายเซ็นของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข เป็นผู้ออกบัตร ทั้งที่หมดอายุจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปแล้ว จึงเป็นห่วงว่าบัตรจะใช้ไม่ได้ ตนจึงจะสอบถามไปยัง นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ว่าบัตรทองที่ออกในสมัย ร.ต.อ.เฉลิม ประชาชนจะใช้บริการได้หรือไม่.

“เทือก”หัวเสีย ส.ส.โดดประชุม

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาสภาล่ม ว่า การขาดไป 9 เสียงถือเป็นบทเรียนว่า ส.ส.ทุกคนต้องตระหนัก จากนี้จะพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกที ว่าแต่ละเสียงมีความหมาย ขาดไป 1 เสียงการทำงานในสภาจะลำบาก เมื่อถามว่า จะมีการหักหลังจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า คำถามอย่างนี้มองในแง่ร้าย หัดมองแง่ดีบ้าง เมื่อถามต่อว่า จะมีการคาดโทษ ส.ส.ที่ขาดประชุมหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เราไปคาดโทษไม่ได้ ทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว วันที่ 25 ม.ค. พรรคร่วมรัฐบาลจะนัดทานข้าวกัน คงได้คุยกันด้วย

เมื่อถามว่า นายกฯบอกว่าจะคุยกับทางฝ่ายค้านเพื่อขอความร่วมมือด้วย นายสุเทพกล่าวว่า ก็ดี แต่ ส.ส.รัฐบาลต้องพร้อมด้วย และต้องอดทนอดกลั้นกับการเล่นเกมของฝ่ายค้าน เมื่อถามต่อว่า ถ้ามีการเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจ จะทำให้ลำบากหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เอาไว้ให้ถึงเวลาก่อนแล้วค่อยมาถามเรื่องนี้

“ชวน”กรีดให้รับผิดชอบ

ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์สภาล่มว่า เราได้ยินเป้าหมายชัดเจนแล้วว่าฝ่ายค้านประกาศว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ รัฐบาลทำงานได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องระวังมากขึ้น ต้องทำให้องค์ประชุมครบ ส.ส. รัฐบาลที่ขาดประชุมก็ควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความพยายามของ ส.ส. กลุ่มหนึ่งที่ต้องการปั่นป่วนเรื่ององค์ประชุมสภาอยู่แล้ว จึงเป็นหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ต้องร่วมกันรับผิดชอบองค์ประชุมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยในวันที่ 23 ม.ค. จะมีการประชุมวิปรัฐบาลมาหารือทางป้องกันเหตุการณ์นี้อีก

เผยตัวเลขใครอยู่ใครแว้บ

นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า เหตุสภาล่มต้องโทษพรรคร่วมรัฐบาลที่ขาดประชุมจำนวนมาก ไม่ใช่ความผิดของพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ไม่ควรเอาความแค้นส่วนตัวมาเล่นเป็นเกมการเมือง จนทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่ได้ เท่าที่ทราบพบว่ามี ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมประชุมแยกเป็นพรรคกิจสังคม 3 คนจากที่มีอยู่ 5 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 8 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 10 คนจาก 24 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 13 คนจาก 24 คน พรรคภูมิใจไทย 20 คนจาก 32 คน พรรคประชาธิปัตย์ 163 คนจากที่มี ส.ส. 173 คน

วิปรัฐบาลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย ลงคะแนนให้ 2 เสียงจากนายวิทยาบุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา.

เขียนแล้วใน ข่าวการเมือง | Tagged: , , | Leave a Comment »